วิธีควบคุมอาหารลดน้ำหนัก และคำนวณแคลอรี่ที่ควรทานต่อวัน
สรุปสั้นๆ
วิธีควบคุมอาหารลดน้ำหนักที่ปลอดภัยคือคำนวณพลังงานที่ร่างกายใช้ต่อวัน (TDEE) แล้วทานให้น้อยกว่านั้นประมาณ 500 kcal โดยไม่ต่ำกว่า 1,200 kcal สำหรับผู้หญิง และ 1,500 kcal สำหรับผู้ชาย ทานโปรตีนทุกมื้อ เพิ่มผัก เลือกคาร์บพอดี และชั่งน้ำหนักติดตามผลทุกสัปดาห์
วิธีควบคุมอาหารลดน้ำหนักเริ่มจากอะไร
วิธีควบคุมอาหารลดน้ำหนักเริ่มจากการรู้ว่าร่างกายใช้พลังงานวันละเท่าไร แล้วทานให้น้อยกว่านั้นเล็กน้อยอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพลังงานที่ได้รับน้อยกว่าที่ใช้ ร่างกายจะดึงพลังงานสะสมออกมาใช้ น้ำหนักจึงค่อยๆ ลดลง
ตัวเลขที่ต้องรู้มี 2 ตัว คือ BMR (พลังงานที่ร่างกายใช้ขณะพัก) และ TDEE (พลังงานที่ใช้ทั้งวันรวมการเคลื่อนไหว) ใช้เครื่องคำนวณด้านล่างหาเป้าหมายของคุณได้ภายในไม่กี่วินาที
คำนวณแคลอรี่ต่อวัน (BMR และ TDEE) ได้อย่างไร
กรอกเพศ อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก และระดับกิจกรรม ระบบจะคำนวณ BMR ด้วยสูตร Mifflin–St Jeor คูณตัวคูณกิจกรรมเป็น TDEE แล้วแนะนำแคลอรี่เพื่อลดน้ำหนักเท่ากับ TDEE − 500 kcal โดยไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ
สูตรที่เครื่องคำนวณนี้ใช้
- BMR ผู้หญิง = (10 × น้ำหนัก กก.) + (6.25 × ส่วนสูง ซม.) − (5 × อายุ ปี) − 161
- BMR ผู้ชาย = (10 × น้ำหนัก กก.) + (6.25 × ส่วนสูง ซม.) − (5 × อายุ ปี) + 5
- TDEE = BMR × ตัวคูณกิจกรรม (1.2, 1.375, 1.55, 1.725 หรือ 1.9)
- แคลอรี่เพื่อลดน้ำหนัก = TDEE − 500 kcal แต่ไม่ต่ำกว่า BMR และไม่ต่ำกว่า 1,200 kcal (ผู้หญิง) หรือ 1,500 kcal (ผู้ชาย)
- โปรตีน = น้ำหนักตัว × 1.2 ถึง 1.6 กรัมต่อวัน
สูตร BMR มาจากงานวิจัยของ Mifflin และคณะ (1990) ที่วัดพลังงานขณะพักของผู้ใหญ่ 498 คน อายุ 19–78 ปี การลด 500 kcal เป็นค่าน้อยสุดของช่วง 500–1,000 kcal ต่อวันที่ University Hospitals แนะนำ ส่วนเกณฑ์ขั้นต่ำ 1,200 / 1,500 kcal เป็นคำแนะนำของ Harvard Healthเครื่องคำนวณนี้ตั้งไว้ไม่ให้ต่ำกว่า BMR ด้วย เพื่อให้เป้าหมายไม่น้อยเกินไป
ตัวคูณกิจกรรม TDEE มีอะไรบ้าง
ตัวคูณกิจกรรมมี 5 ระดับ ตั้งแต่ 1.2 (ออกกำลังกายน้อยหรือไม่ออกเลย) ถึง 1.9 (ออกกำลังกายหนักมากหรือทำงานใช้แรงกาย) ตารางนี้แสดงตัวคูณแต่ละระดับ พร้อมผลคำนวณของผู้หญิงอายุ 30 ปี สูง 165 ซม. หนัก 70 กก. ซึ่งมี BMR ประมาณ 1,420 kcal
| ระดับกิจกรรม | ตัวคูณ | TDEE | เป้าหมาย |
|---|---|---|---|
| น้อยมากออกกำลังกายน้อยหรือไม่ออกเลย | 1.2 | 1,704 | 1,430* |
| เบาออกกำลังกายเบาๆ 1–3 วันต่อสัปดาห์ | 1.375 | 1,953 | 1,450 |
| ปานกลางออกกำลังกาย 3–5 วันต่อสัปดาห์ | 1.55 | 2,201 | 1,700 |
| มากออกกำลังกายหนัก 6–7 วันต่อสัปดาห์ | 1.725 | 2,450 | 1,950 |
| มากที่สุดออกกำลังกายหนักมาก หรือทำงานที่ใช้แรงกาย | 1.9 | 2,698 | 2,200 |
หน่วย kcal ต่อวัน · * ระดับ “น้อยมาก” TDEE − 500 ได้ 1,204 kcal ซึ่งต่ำกว่า BMR จึงปรับขึ้นเป็น 1,430 kcal ตัวเลขเป้าหมายปัดเป็นหลักสิบ ตัวคูณกิจกรรมอ้างอิงจาก University Hospitals
ตัวอย่างการคำนวณทีละขั้น
ผู้หญิงอายุ 30 ปี สูง 165 ซม. หนัก 70 กก. ออกกำลังกายเบาๆ 1–3 วันต่อสัปดาห์
- BMR = (10 × 70) + (6.25 × 165) − (5 × 30) − 161 = 700 + 1,031.25 − 150 − 161 = 1,420.25 kcal
- TDEE = 1,420.25 × 1.375 = ประมาณ 1,953 kcal (ทานเท่านี้น้ำหนักจะค่อนข้างคงที่)
- เป้าหมายลดน้ำหนัก = 1,953 − 500 = ประมาณ 1,450 kcal ต่อวัน ซึ่งสูงกว่า BMR และสูงกว่า 1,200 kcal จึงใช้ได้
- โปรตีน = 70 × 1.2 ถึง 70 × 1.6 = 84–112 กรัมต่อวัน
วิธีควบคุมอาหารลดน้ำหนัก 7 ขั้นตอน ทำอย่างไร
ทำตามลำดับนี้ เริ่มจากตั้งเป้าแคลอรี่ แล้วจัดมื้อให้มีโปรตีน ผัก และคาร์บพอดี จากนั้นติดตามผลทุกสัปดาห์
- ตั้งเป้าแคลอรี่ต่อวันใช้ เครื่องคำนวณด้านบน หา TDEE แล้วลบ 500 kcal โดยไม่ต่ำกว่า 1,200 kcal (ผู้หญิง) หรือ 1,500 kcal (ผู้ชาย)
- ทานโปรตีนทุกมื้อตั้งเป้าราว 25–30 กรัมต่อมื้อ โปรตีนช่วยให้อิ่มนานขึ้นและช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อระหว่างคุมอาหาร
- เพิ่มผักและใยอาหารผัก ผลไม้ และถั่ว มีใยอาหารที่ช่วยให้อิ่มนาน และให้วิตามินกับแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ
- ทานคาร์บพอดี ไม่ต้องงดเลือกคาร์บที่มีใยอาหาร เช่น ข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี ในปริมาณที่พอดีกับเป้าแคลอรี่ สิ่งที่ทำให้น้ำหนักลดคือพลังงานรวมทั้งวันที่น้อยกว่า TDEE
- อ่านฉลากโภชนาการก่อนทานดู “หนึ่งหน่วยบริโภค” และ “จำนวนหน่วยบริโภคต่อ…” ก่อนดูพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม หรือเลือกอาหารที่ระบุแคลอรี่ไว้ชัดเจน เช่น เมนูของ CleanFit ที่บอกแคลอรี่ โปรตีน คาร์บ ไขมัน และน้ำตาลทุกกล่อง
- ดื่มน้ำเปล่าและนอนให้พอดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มหวาน และนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อให้มีแรงออกกำลังกายและคุมอาหารได้ต่อเนื่อง
- ชั่งน้ำหนักติดตามผลชั่งสัปดาห์ละครั้งในเวลาเดียวกัน อัตราที่ผู้เชี่ยวชาญถือว่าปลอดภัยคือราว 1–2 ปอนด์ (ประมาณ 0.45–0.9 กก.) ต่อสัปดาห์ ถ้าน้ำหนักไม่ลดหลายสัปดาห์ ให้ทบทวนปริมาณที่ทานจริงและระดับกิจกรรมก่อนลดแคลอรี่ลงอีก
ที่มา: เป้าแคลอรี่และอัตราลดน้ำหนักจาก Harvard Health · คำแนะนำเรื่องโปรตีน ใยอาหาร และน้ำจาก University Hospitals · โปรตีนต่อมื้อจาก Leidy และคณะ (2015)
อาหารลดน้ำหนักโปรตีนสูง ควรได้โปรตีนวันละเท่าไร
ช่วงลดน้ำหนักควรได้โปรตีนประมาณ 1.2–1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และราว 25–30 กรัมต่อมื้อ ตามงานทบทวนวรรณกรรมของ Leidy และคณะ (2015) ที่พบว่าอาหารโปรตีนสูงช่วยเรื่องความอิ่มและการคุมน้ำหนัก
เมนูของ CleanFit มี 18 จาก 38 เมนูที่ให้โปรตีนตั้งแต่ 25 กรัมต่อกล่องขึ้นไป ตัวอย่างเมนูที่โปรตีนสูงที่สุด
| เมนู | พลังงาน (kcal) | โปรตีน (g) |
|---|---|---|
| ไก่เทอริยากิ | 190 | 34 |
| กะเพราไก่สับ | 180 | 33 |
| ไก่ย่างซอสกระเทียม | 160 | 32 |
| ไก่ย่างโคชูจัง | 170 | 32 |
| ต้มข่าไก่นุ่ม | 150 | 31 |
ค่าต่อกล่องตามระบบสั่งซื้อ ณ 20 ตุลาคม 2569 · ดูครบทุกเมนูที่ เมนูอาหารลดน้ำหนักและแคลอรี่
ตัวอย่างตารางคุมอาหารลดน้ำหนัก 1 วัน
ตัวอย่างนี้ใช้กับข้าว CleanFit 3 กล่อง ได้พลังงานรวม 480 kcal และโปรตีน 94 กรัม สำหรับผู้หญิงในตัวอย่างข้างต้น (เป้าหมาย 1,450 kcal) ยังเหลือพลังงานราว 970 kcal สำหรับข้าว ผัก ผลไม้ และเครื่องดื่ม
| มื้อ / เมนู CleanFit | kcal | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|
| มื้อเช้าอกไก่พะโล้ | 150 | 30 | 4.5 | 1.5 |
| มื้อกลางวันกะเพราไก่สับ | 180 | 33 | 4 | 3 |
| มื้อเย็นต้มข่าไก่นุ่ม | 150 | 31 | 3 | 2 |
| รวม 3 กล่อง | 480 | 94 | 11.5 | 6.5 |
โปรตีน คาร์บ และไขมันมีหน่วยเป็นกรัม (g) ค่าต่อกล่องตามระบบสั่งซื้อ ณ 20 ตุลาคม 2569
- โปรตีนจาก 3 กล่อง 94 กรัม อยู่ในช่วงที่แนะนำ 84–112 กรัมของน้ำหนัก 70 กก.
- เมนู CleanFit เป็นกับข้าว ทานคู่ข้าวกล้องหรือคาร์บอื่น เพิ่มผัก และผลไม้ ให้รวมทั้งวันใกล้เคียงเป้าหมาย โดยดูแคลอรี่จากฉลากโภชนาการ
- แต่ละกล่องมีพลังงาน 70–330 kcal จึงสลับเมนูได้ทุกวันโดยยังคุมยอดรวมได้
ถ้าต้องการโปรแกรมอาหารลดน้ำหนักหลายวัน ดู ตารางอาหารลดน้ำหนัก 7 วัน 14 วัน 21 วันหรือเลือกเมนูเองจาก เมนูทั้ง 38 รายการพร้อมแคลอรี่
ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อนคุมอาหาร
ผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และเด็กหรือวัยรุ่น ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนลดแคลอรี่
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือโรคหัวใจ และผู้ที่ใช้ยาเป็นประจำ
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งต้องการพลังงานและสารอาหารมากกว่าปกติ
- เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี เพราะสูตรนี้พัฒนาจากข้อมูลผู้ใหญ่
- ผู้ที่มีโรคไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มโปรตีน
ตัวเลขจากเครื่องคำนวณเป็นค่าประมาณสำหรับผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ร่างกายแต่ละคนใช้พลังงานต่างกัน ให้ใช้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับตามน้ำหนักที่เปลี่ยนจริง
แหล่งอ้างอิง
- Mifflin MD, St Jeor ST, et al. A new predictive equation for resting energy expenditure in healthy individuals. Am J Clin Nutr. 1990;51(2):241–247 (สูตร BMR)
- University Hospitals. A Safe Guide to Eating in a Calorie Deficit (2026) (ตัวคูณกิจกรรม TDEE และการลดแคลอรี่ 500–1,000 kcal)
- Harvard Health Publishing. Calorie counting made easy (เกณฑ์ขั้นต่ำ 1,200 / 1,500 kcal และอัตราลดน้ำหนัก)
- Leidy HJ, et al. The role of protein in weight loss and maintenance. Am J Clin Nutr. 2015;101(6):1320S–1329S (โปรตีน 1.2–1.6 g/kg และ 25–30 g ต่อมื้อ)
คำถามที่พบบ่อย
ลดน้ำหนักควรทานกี่แคลอรี่ต่อวัน
ขึ้นกับพลังงานที่แต่ละคนใช้ต่อวัน (TDEE) วิธีที่ใช้กันทั่วไปคือทานให้น้อยกว่า TDEE ประมาณ 500 kcal แต่ไม่ต่ำกว่า 1,200 kcal สำหรับผู้หญิง และ 1,500 kcal สำหรับผู้ชาย หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล เช่น ผู้หญิงอายุ 30 ปี สูง 165 ซม. หนัก 70 กก. ที่ออกกำลังกายเบา มี TDEE ประมาณ 1,953 kcal เป้าหมายจึงอยู่ราว 1,450 kcal ต่อวัน
TDEE คืออะไร ต่างจาก BMR อย่างไร
BMR คือพลังงานที่ร่างกายใช้ขณะพักเพื่อการทำงานพื้นฐาน เช่น การหายใจ ส่วน TDEE คือพลังงานที่ใช้ทั้งวันรวมการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย คำนวณจาก BMR คูณตัวคูณกิจกรรม 1.2–1.9 หากทานเท่ากับ TDEE น้ำหนักจะค่อนข้างคงที่
ทานต่ำกว่า BMR ได้ไหม
ไม่แนะนำให้ทำเองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล เพราะการทานน้อยเกินไปเป็นเวลานานอาจทำให้ได้สารอาหารไม่พอและการเผาผลาญช้าลง Harvard Health แนะนำว่าไม่ควรทานต่ำกว่า 1,200 kcal ต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 1,500 kcal สำหรับผู้ชาย เว้นแต่อยู่ในการดูแลของบุคลากรทางการแพทย์
ลดน้ำหนักควรทานโปรตีนวันละเท่าไร
งานทบทวนวรรณกรรมใน American Journal of Clinical Nutrition (2015) สรุปว่าอาหารโปรตีนสูงที่ช่วยเรื่องความอิ่มและการคุมน้ำหนักมีโปรตีนประมาณ 1.2–1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และราว 25–30 กรัมต่อมื้อ เช่น น้ำหนัก 70 กก. คือประมาณ 84–112 กรัมต่อวัน ผู้ที่มีโรคไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มโปรตีน
ต้องนับแคลอรี่ทุกวันไหม
ไม่จำเป็นต้องนับละเอียดตลอดไป ช่วงแรกการจดหรือดูแคลอรี่จากฉลากช่วยให้รู้ว่ามื้อที่ทานประจำให้พลังงานเท่าไร เมื่อคุ้นแล้วจะใช้มื้อที่รู้แคลอรี่แน่นอนซ้ำๆ และชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้งเพื่อดูแนวโน้มแทนก็ได้